ส่งหน้าเว็บไซต์นี้ให้เพื่อนหรือคนที่คุณรัก
 มีผู้เข้าชม 6980 ครั้ง + ประเพณีแต่งงานแบบไทย
บทความจาก  


หนังสือ มือใหม่หัดแต่ง

เมื่อ: 2006-09-28
ประเพณีแต่งงานแบบไทย
   
  + ก้าวแรกชีวิตคู่..สู่ขอ
  + หมายหมั้น...หลักประกันความรัก..
  + บายศรีสู่ขวัญ..วันวิวาห์
  + พิธีรับไหว้
  + ตักบาตรร่วมขันผูกพันความรัก
  + รดน้ำสังข์..หลั่งความสุข
  + บ่าวสาว..เข้าห้องหอ
  + สิ่งของอันเป็นมงคลในพิธีปูที่นอนตามตำราดั้งเดิม
 


           งานแต่งงานแบบไทยนั้น เรียกได้ว่าผูกพันอยู่กับประเพณีและวัฒนธรรมเก่าแก่หลายขั้นตอน ทุกขั้นตอนยังแฝงไปด้วย ความอ่อนหวานและดีงามตามแบบฉบับของคนไทยทุกกระเบียดนิ้ว งานแต่งงานของคนไทยจึงถือได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่มีเสน่ห์ไม่น้อยชนชาติไหน ๆในโลกนี้

ก้าวแรกชีวิตคู่..สู่ขอ
           ในพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมไทยนั้น ? การสู่ขอ ? เปรียบเสมือนด่านแรก ของการเริ่มต้นชีวิตคู่ระหว่างคนสองคน โดยฝ่ายชายจะส่งผู้ใหญ่หรือ ? เถ้าแก่ ? มาทำการทาทามสู่ขอว่าที่เจ้าสาวจากพ่อแม่ของฝ่ายหญิง ซึ่งการสู่ขอในสมัยโบราณนั้นถึงกับต้องมีการเลียบเคียงด้วย วาจาอันไพเราะ
ถ้าหากว่าการเจรจาผ่านไปได้ด้วยดีก็จะมีการตกลงกันเรื่องสินสอดทองหมั้น และการหาฤกษ์หายามสำหรับจัดพิธี

หมายหมั้น...หลักประกันความรัก..
           การหมั้นนั้นเปรียบ เหมือนการตีตราหรือการจับจองกันและกัน ก่อนที่จะจูงมือเข้าสู่พิธีวิวาห์
การหมั้นก็คล้ายธรรมเนียม อยู่ก่อนแต่ง ของฝรั่ง ซึ่งจุดประสงค์ก็อยู่ที่การเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้ศึกษาอุปนิสัยใจคอกันมากขึ้น รู้จักเรียนรู้ ที่จะปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อชีวิตคู่ในอนาคต
           ? ขันหมากหมั้น ? ในธรรมเนียมการหมั้นนั้น เท่ากับเป็นการวางมัดจำไว้ว่า หญิงที่ถูกหมั้นหมายแล้วจะไปชอบพอกับใครไม่ได้อีก หรือผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะยกให้ใครอีกไม่ได้เด็ดขาด
           ในสมัยก่อน การแต่งงานของลูกสาวมักถือเป็นงานออกหน้าออกตาใหญ่โต ฝ่ายหญิงจึงพยายามเรียกร้องของหมั้นที่มีราคา แพง โดยมักจะเรียกเป็น ? ทองคำ ? และเรียกเป็นน้ำหนัก เลยทำให้เป็นคำติดปากมาจนทุกวันนี้ ว่า ? ทองหมั้น ? ซึ่งประเพณีโบราณถือเป็นของที่เจ้าสาวจะนำไปเป็น เครื่องแต่งตัวในวันแต่งงานนั่นเอง
           ส่วน ? สินสอด ? นั้น คือ เงินสินสอดและผ้าไหว้ที่ทางฝ่ายหญิงเป็นผู้กำหนดซึ่ง เป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อแม่ แต่มักจะเรียกกันเป็นพิธีตามโบราณคือไม่เกิน 40 บาท เป็นค่าน้ำนม ถ้าเกินกว่านั้นจะถือเป็นการขายลูกสาว
           นอกจากนั้นยังมีขบวนขันหมากที่ฝ่ายชายยกไปยังบ้านฝ่ายหญิง ในขบวนขันหมากจะมีเถ้าแก่เช่น เดียวกับการสู่ขอ แต่มักจะนิยมใช้คู่ส่ามีภรรยาที่อยู่กินกันมาอย่างมีความสุข เป็นการถือเคล็ดชีวิตคู่
           อีก หนึ่งในความสนุกในขบวนขันหมากนั้นอยู่ที่ ? การกั้นประตูเงินประตูทอง ? ของทางฝ่ายหญิง ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นลูกหลานของฝ่ายหญิง โดยนำเอาเข็มขัดหรือสร้อยเงินมากั้นขบวนไว้ไม่ให้ผ่านเข้าไป ได้ง่ายๆ เถ้าแก่ฝ่ายชายจะต้องควักห่อเงินที่เตรียมไว้ให้เป็นรางวัลก่อนจึงจะผ่านได้ โดยประตูท้ายๆ มักจะใช้ทองหรือเพชรกั้น ค่าผ่านทางจึงต้องเพิ่มสูงตามลำดับขั้นตอนตรงนี้อาจมีการหยอกล้อระหว่างญาติฝ่ายหญิงและขบวน ของฝ่ายชาย สร้างความครึกครื้นเป็นยิ่งนัก
           ในปัจจุบันพิธีหมั้นมักตัดขั้นตอนของขบวนขันหมากออกไป เหลือเพียงการนำสินสอดของหมั้นฝ่ายหญิง และมีการเลี้ยงฉลองกันในหมู่ญาติ พิธีหมั้นอาจจัดควบคู่กับพิธีสู่ขอหรืออาจจัดในช่วงเช้าของวันแต่งงานเลยก็ได้ แต่คู่รักสมัยนี้นิยมการหมั้นแล้วแต่งเลยเพราะถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ในการเตรียมงานคู่กันไป

บายศรีสู่ขวัญ..วันวิวาห์
           พิธีบายศรีสู่ขวัญมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับประเพณีของแต่ละท้องถิ่น ที่นิยมกันมากก็เห็นจะเป็นทางเหนือและทางอีสาน
           พิธีบายศรีสู่ขวัญจะกระทำหลังจากเสร็จพิธีรับสินสอดทองหมั้น ขั้นตอนการทำขวัญก็จะแตกต่างออกไปตาม ความเชื่อดั้งเดิม
           พิธีบายศรีสู่ขวัญที่ทำกันอยู่จะเริ่มจาก เจ้าสาวจะจับพาขวัญตรงหน้าเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าบ่าวจะ จับพาสขวัญตรงหน้าเจ้าสาวโดยไขว้อยู่ด้านบนเรียกว่า ? สู่ขวัญกลับก่าย ? คือ แขนท้าวก่ายแขนนาง หลังจากสู่ขวัญเสร็จแล้ว พราหมณ์ก็จะปอกไข่ ต้มนั้น โดยจะมีแม่ใหญ่ซึ่งมีคุณสมบัติดีงามได้แก่ สามียังมีชีวิตอยู่แข็งแรง และรักใคร่กันดี ครอบครัวสมบูรณ์เป็นสุข ทำพิธีป้อนไข่ โดยเอาไข่ซีกบนกับปั้นข้าวเหนียวขนาดประมาณเท่ากันใส่ไว้ในมือขวาเพื่อป้อนเจ้าบ่าว และเอา ไข่ซีกล่างกับปั้นข้าวเหนียวขนาดประมาณเท่ากันใส่ไว้ที่มือซ้ายเพื่อป้อนเจ้าสาวขณะที่ป้อนเจ้าสาว และให้เจ้าสาวเอาไข่ซีกล่างนั้นป้อนเจ้าบ่าว ซึ่งต้องกินจริงๆห้ามคายเด็ดขาด
           หลังจากนั้นก็จะมีการผูกขวัญแก่บ่าวสาว โดยให้ญาติและแขกผูกข้อมือคู่บ่าวสาว พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเป็นคนผูกให้เจ้าบ่าว และพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะผูกให้เจ้าสาว จะผูกเส้นเดียว, 3 เส้น หรือ 5 เส้นก็ได้ ทั้งนี้ 3 เส้น หมายความถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วน 5 เส้นหมายถึงพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ โดยรวมแล้วการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญในวันแต่ง งานขึ้นอยู่กับความพอใจของคู่บ่าวสาวมากกว่า

พิธีรับไหว้
           เพื่อแสดงความคารวะนบนอบต่อบิดามารดาและบรรดาญาติผู้ใหญ่ โดยเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะกราบลงพร้อมกันที่หมอน สามครั้งถ้าผู้รับไหว้เป็นบิดามารดาหรือผู้หลักผู้ใหญ่ แต่หากเป็นญาติคนอื่นๆ ก็จะกราบหนึ่งครั้งโดยไม่ต้องแบมือ จากนั้นจึงส่งพานดอกไม้ ธูปเทียนให้ พ่อแม่ก็จะรับไหว้และ ให้ศีลให้พรแก่คนทั้งคู่
           หลังจากรับไหว้ผู้ใหญ่ก็จะส่งเงินในพานให้บ่าวสาวเพื่อเป็นเงินทุนขั้นตอนนี้ญาติพี่ น้องอาจจะสมทบทุนเพิ่มให้ด้วยตามอัธยาศัย ต่อจากนั้นก็ช่วยกันนำถั่วงาและแป้งมาประพรมอวยพร

ตักบาตร ร่วมขันผูกพันความรัก
           สมันก่อนนั้นจะให้ตัดกันคนละทัพพีแต่ในปัจจุบันนิยมตัด ทัพพีเดียวกัน แต่ด้วยความเชื่อที่ว่า
เป็นการทำบุญร่วมกัน เกิดชาติหน้าฉันใดจะได้กลับมาคู่กันอีก นอกจากนั้นยังเชื่อว่าถ้าใครจับคอทัพพี คนนั้นก็จะๆก็เป็น ใหญ่เหนือคู่ของตนที่จับอยู่ที่ปลายทัพพี วิธีแก้เคล็ดเรื่องนี้ก็คือผลัดกันจับที่คอทัพพี ทั้งคู่จะเป็นคู่ชีวิตที่มีความเท่าเทียมกัน คู่บ่าวสาวอาจมีการตักบาตรร่วมกันอีกครั้งหลังจากวันแต่งงาน แต่ต้องทำติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 วัน , 7 วัน หรือ 9 วัน เพื่อความเป็นสิริมงคลชีวิตคู่

รดน้ำสังข์..หลั่งความสุข
           ถือเป็นการอวยพรความสุขให้คู่บ่าวสาว โดยพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ จะรดให้เจ้าสาวก่อนแล้วจึงรดให้เจ้าบ่าว หลักจากเสร็จพิธีแล้วหากฝ่ายใดลูกขึ้นยืนก่อนก็จะสามารถอยู่เหนือกว่าคู่ของตนเหมือนดังความเชื่อในเรื่องตักบาตรของบ่าวสาวนั่นเอง

บ่าวสาว..เข้าห้องหอ
           พิธีการส่งตัวมักทำกันในเวลากลางคืนตามฤกษ์ที่ได้เตรียมไว้หลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวแล้วนั่นคือ คู่สามีภรรยาอาวุโสที่ พ่อแม่ของฝ่ายเจ้าสาวเรียนเชิญมาเพื่อเป็นเกียรติในการทำพิธีปูที่นอนในห้องหอ ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันมาจนจนแก่เฒ่า มีฐานะดี และมีลูกหลานที่เลี้ยงง่ายและลูกๆยังมีชิวิตอยู่ทุกคน
           เมื่อได้ฤกษ์ทำพิธี ผู้ทำพิธีก็จะจัดแจงปูที่นอน จัดหมอน ผ้าห่ม พอถึงฤกษ์เรียงหมอน ผู้ทำพิธีก็จะ หยิบเอาสิ่งของมงคลต่างๆ มาวางไว้บนที่นอนหรือในสมัยนี้มักจะนิยมใช้แค่โรยกลีบดอกไม้ลงบนที่นอน จากนั้นผู้ทำพิธีฝ่ายชายก็จะล้มตัวลงนอนทางด้านขวา ฝ่ายหญิงนอนทางด้านซ้าย เป็นการนอนเพื่อเอาเคล็ดแล้วจึงลุกขึ้นโดย แสร้งทำเป็นเพิ่มตื่นนอน ฝ่ายหญิงจะพูดในสิ่งอันเป็นมงคล ฝ่ายชายก็ปลอบขวัญและพากันลุกออกไป
จากนั้นจึงเป็นการส่งตัวเจ้าสาว โดยพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายจะอบรมคู่บ่าวสาวให้รู้จักหน้าที่ของสามีภรรยาและให้รัก ใคร่พึ่งพากัน อย่าทอดทิ้งกันซึ่งก่อนนอนนั้นเจ้าสาวจะกราบลงนบอกของสามีก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคลเพราะถือว่าสามีจะเป็นผู้ให้ความคุ้มครองดูแลเราไปจนชั่วชีวิต

สิ่งของอันเป็นมงคลในพิธีปูที่นอนตามตำราดั้งเดิม

- หินบอดยา
- ฟักเขียว
- ถั่วงา เมล็ดงา ข้าวเปลือก อย่างละหยิบมือ
- แมวตัวผู้สีขาวทาแป้งและของหอมไว้ทั่วตัว






บทความที่เกี่ยวข้อง

ขึ้นไปข้างบน
เมื่อ : 2006-09-28

หน้าที่ 1    1
ความคิดเห็นที่:8  
มีชุดทดลองลดน้ำหนักที่บ้าน เผาไขมันส่วนเกิน3-6กก./เดือน
- ไม่ใช้ยา ไม่ใช่การอดอาหาร ไม่ต้องออกกำลังกาย
- สามารถทำได้ง่ายๆจากที่บ้านของคุณ ประหยัดค่ารถ ประหยัดเวลา
- ปลอดภัย 100% ไม่มีสารเคมี ผ่านการรับรองจาก อย. แล้ว
- ได้รับการให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด จากผู้เชี่ ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์

มีชุดทดลองก่อนตัดสินใจ
เชิญรับคำปรึกษาที่และดูรายละเอียดได้ที่นี้
ศูนย์สุขภาพ และโภชนาการอาหาร SlimLikeMe Thailand
ติดต่อด่วน+++ คลิก
http://www.thaislimlikeme.com/504
(หากคลิกแล้ว web ไม่โชว์ สามารถ copy url ไปเปิดได้)
จาก: คุณ : มีชุดทดลองลดน้ำหนักที่บ้าน เผาไขมันส่วนเกิน3-6กก./เดือน  
  วันที่:05 June 2009 / 06:20:58 AM
ความคิดเห็นที่:7  
จาก: คุณ :   
  วันที่:12 September 2008 / 09:46:34 PM
ความคิดเห็นที่:6  
ทำไงดีอะ.............
อยากมีแฟน หน้าตาก็ไม่น่าเกลียดทำไมไม่มีใครจีบนะ
อยากเจอคนดีๆจังเลย
จาก: คุณ : ปิ่นสุดา เกาะสมัน  
  วันที่:22 August 2008 / 11:17:10 PM
ความคิดเห็นที่:5  
เป็นข้อมูลเบื้องต้นน่ะ หากใครมีคำแนะนำหรือพบข้อมูลที่น่าสนใจก็เพิ่มเติมได้นะ จะได้แบ่งกันดู
จาก: คุณ : tu  
  วันที่:28 February 2008 / 11:00:16 PM
ความคิดเห็นที่:4  
จาก: คุณ :   
  วันที่:02 December 2007 / 02:38:40 AM
ความคิดเห็นที่:3  
ลายละเอียดน่าจะลึกซึ้ง
จาก: คุณ :   
  วันที่:09 July 2007 / 07:02:48 PM
ความคิดเห็นที่:2  
ทำไมถึงไม่มีบทกลอนซึ้งของพิธีวิวาห์ จะเอา ไปทำรายงานส่ง
จาก: คุณ : manchester united  
  วันที่:15 April 2007 / 09:37:53 AM
ความคิดเห็นที่:1  
ไม่มีที่มาของประเพณีนี้บ้างเหรอคะ (หาข้อมูล ทำรายงานค่ะ)
จาก: คุณ : iamnami  
  วันที่:03 November 2006 / 08:46:01 PM



** ชื่อ:
Email:
** ข้อความ:
รหัสPost: